Share :

Wiki Marketing - Display Ads



Display Ads คืออะไร?

 

     ไม่ว่าแบรนด์สินค้าไหนๆ ต่างก็ต้องการให้มีคนเห็นสินค้าของตนมากที่สุด และอยากให้ตำแหน่งในการค้นหาเว็บอยู่ในอันดับต้นๆ จาก google, yahoo,bing ซึ่งการที่มีผู้คนเข้าไปยังเว็บต่างๆ สิ่งที่มักจะเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ Display Ads ที่อยู่บนหน้าเว็บ ซึ่งเป็นเสมือนโฆษณาบนเครือข่ายดิสเพลย์รวมถึงรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยดึงดูดสายตาต่อผู้บริโภค

 

 

     ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ, คลิป, วิดีโอหรือเสียง ถือเป็นรูปแบบของ Display Ads ที่จะปรากฏในหน้าเว็บ โดยคนส่วนใหญ่จะรู้จักว่าเป็นโฆษณาแบนเนอร์ นอกจากนี้ยังมีโฆษณาในเว็บข่าว, บล็อก, รวมทั้งสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ อีกด้วย

 

 

     Display Ads คือโฆษณาประเภทแบนเนอร์ที่ถูกแสดงบนเว็บไซต์ โดยมีความโดดเด่นของขนาดและตำแหน่งที่แสดงผล ประกอบไปด้วยโฆษณารูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคลิป, วิดีโอ, ภาพเคลื่อนไหว และอินเทอร์แอ็คทีฟ ที่ถูกแทรกเข้ามาตามเนื้อหาต่างๆ อาจไม่ค่อยเห็นผลทำให้คนคลิกที่โฆษณา เพราะคนส่วนใหญ่ชอบมองข้ามโฆษณาหรือเปิดผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

 

     มีการพัฒนาโฆษณาบนหน้าค้นหาของ Google Search ซึ่งถือเป็นการโฆษณาอีกรูปแบบของ Google Ads ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งการทำ Display Ads เป็นการใช้เทคโนโลยีทำให้โฆษณามีความ น่าสนใจและดึงดูดใจมากขึ้น โดยใช้การเคลื่อนไหวหรือแบบที่เป็นไฟกระพริบ  

 

 

การทำ Display Ads ให้มีประสิทธิภาพ

 

เลือก TARGET กลุ่มใหม่ : การเลือกลงโฆษณาแบบระบุ Placement ในช่องยูทูปว์หรือตามเว็บต่างๆ เป็นวิธียอดนิยมของการทำ Display Ads โดยอาจทำให้มีราคา Bid ที่สูงขึ้น แต่อาจจะลองเปลี่ยนมาใช้หัวข้อเรื่อง Keywords ให้สัมพันธ์กัน เพื่อจะได้เพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายขึ้น ทำให้ช่วยลด CPC เร็วขึ้น แต่อาจเริ่มจากการสร้างแคมเปญขึ้นมาใหม่

 

เปลี่ยนจาก Image Ads เป็น Responsive Ads : แม้จะออกแบบ Display Ads ในรูปแบบของ Image Ads ให้ดูสวยแค่ไหน แต่อาจจะต้องทำหลายขนาด ซึ่งทำให้เสียเวลาไปกับการผลิตนานขึ้น แต่หากได้เปลี่ยนเป็นโฆษณาแบบ Responsive Ads ก็อาจไม่ต้องทำทุกขนาดอีกทั้งยังสามารถปรับรูปแบบให้อยู่ในตำแหน่งการวางได้ เพียงลงโฆษณาแค่ 1 Ads ก็สามารถออกได้ทุก Placement    

 

เปลี่ยนรูปแบบ Display Ads ตามกลุ่มเป้าหมาย : การปรับ Display Ads ให้มีความน่าสนใจและดูน่าดึงดูดมากขึ้น ด้วยการขายสินค้าให้กับลูกค้าเก่าที่เคยใช้สินค้าหรือบริการ รวมทั้งผู้ที่เคยเข้าเว็บหรือใช้แอพพลิเคชัน ซึ่งอาจเลือกใช้วิธีกรอกโค้ดเพื่อรับส่วนลดทันที โดยจะช่วยดึงดูดอัตราการคลิกได้มากขึ้น  

 

เปลี่ยนจากภาพนิ่งเป็นวิดีโอ : แม้ภาพจะใช้สื่อแทนคำพูดได้หลายร้อยคำ แต่วิดีโอจะสามารถสื่อความรู้สึกและความหมายได้มากกว่า ทำให้การทำ Display Ads ต้องสร้างโฆษณาในรูปแบบ Responsive Ads ซึ่งจะต้องเลือกแบบที่สามารถใส่ได้สูงสุดที่ 5 วิดีโอใน 1 โฆษณา โดยไม่จำกัดขนาดความยาววิดีโอ และยังสามารถอัพโหลดวิดีโอใหม่หรือจะเลือกจากยูทูปว์ที่มีอยู่ก็ได้   

 

 

สรุปการทำ Display Ads

     การทำสื่อโฆษณาแบบ Display Ads คือการทำโฆษณาให้น่าสนใจ โดยมีรูปภาพ ภาพนิ่ง คลิป วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ให้เหมาะกับการทำโฆษณาแบบแคมเปญ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการคลิกได้ดีกว่าช่องทางอื่น ซึ่งการ Display Ads เป็นการโฆษณาบนเว็บไซต์ ผ่านแบนเนอร์หรือรูปแบบโฆษณาอื่นๆ ที่ส่งโฆษณาและข้อความแบรนด์เมื่อมีผู้เยี่ยมชมเว็บ 

Created BY : SEOlnwza