Share :

Wiki Marketing - CPM



CPM (Cost per Thousand impression) คืออะไร?

 

     CPM (Cost per Thousand impression) หมายถึงโมเดลที่ใช้ในการคิดค่าโฆษณาต่อการแสดงโฆษณาครบ 1,000 impression โดยไม่สนใจว่าจะมีจำนวนการคลิกที่โฆษณากี่ครั้ง สำหรับผู้ที่ต้องการลงโฆษณา เวลาที่พูดถึง CPM (Cost per Thousand impression) จึงหมายถึงเมื่อคุณแสดง Ad ของเขาครบ 1,000 ครั้ง เขาจะจ่ายเงินให้คุณ $10

 

 

     เพราะ CPM (Cost per Thousand Impressions) เป็นการคิดค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ในการแสดงโฆษณา โดยไม่ได้ระบุว่า ผู้พบเห็นจะทำการคลิกโฆษณาเข้าไปเพื่อมีส่วนร่วมในธุรกิจของผู้ใช้บริการโฆษณาหรือไม่ เพียงแค่แสดงผลก็ทำการจ่ายโฆษณา ซึ่งการทำโฆษณาแบบนี้ เจ้าของธุรกิจจะไม่เน้นยอดขาย แต่ต้องการสร้างแบรนด์และภาพลักษณ์ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่จดจำ เพื่อลูกค้าที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

 

CPM คืออะไร?

     CPM (Cost per Thousand impression) คือ ต้นทุนต่อ 1,000 impression การที่จะเสียเงินให้กับเฟซบุ๊คก็ต่อเมื่อ ad ของคุณแสดงผลของโฆษณาครบ 1,000 ครั้ง สมมุติว่า CPM = 90 บาท ผู้ลงโฆษณาจะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวน 90 บาท เมื่อโฆษณาแสดงครบ 1,000 impression ซึ่งจะใช้กับประเภทป้ายโฆษณาที่แปะตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือที่เรียกโฆษณาในรูปแบบ Display ที่ส่วนใหญ่จะใช้โมเดลนี้ ในการคิดเงินจากผู้ลงโฆษณา

 

 

     หากโฆษณาของคุณแสดงผลบน Facebook new feed หรือคอลัมน์ทางฝั่งขวาเป็นจำนวนทั้งหมด 1,000 ครั้ง คุณจะต้องจ่ายเงินให้กับ Facebook เป็นจำนวน 90 บาท และต้องจ่ายเพิ่มอีก 90 บาท เมื่อโฆษณาของเราถูกนำเสนอเพิ่มเป็น 2,000 ครั้ง

  

 

การคิดค่าโฆษณาจาก CPM

 

ค่าโฆษณาต่อการแสดงผล : CPM (Cost per Thousand impression) คือ ต้นทุนสำหรับการแสดงผล 1,000 ครั้ง ทำให้มีการคิดค่าโฆษณาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง แทนที่จะคิดจากการแปะป้ายโฆษณาหรือคิดต่อจำนวนครั้ง

 

ราคาขึ้นอยู่กับกูเกิลกำหนด : เป็นการจ่ายเงินให้ Google เวลาที่มีคนเห็น Ad ครบ 1,000 ครั้ง โดยราคาที่จ่ายจะขึ้นอยู่กับกูเกิลกำหนด ซึ่งการทำแบบ CPM (Cost per Thousand impression) เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ที่ต้องการให้คนเห็นโฆษณาผ่านตา เพื่อเป็นการสร้างการจดจำและภาพลักษณ์ โดยอาจไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถขายได้ตั้งแต่ครั้งแรก  

 

วัดจากการพบเห็นโฆษณา : การทำ CPM (Cost per Thousand impression) ที่ต้องการให้ผู้บริโภคเห็นโฆษณาออนไลน์ จะต้องวัดจากการพบเห็นโฆษณา เพราะทำให้เจ้าของโฆษณาตกลงจ่ายค่าบริการให้เจ้าของธุรกิจ โดยสร้างมูลค่าโฆษณาจากตำแหน่งการโฆษณา โดยจะปรากฏต่อสายตากลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นหลัก หากวางตำแหน่งดี มีโอกาสที่คนจะเห็นมากขึ้น และทำให้มีค่าโฆษณาสูงกว่า

 

 

สรุปการทำ CPM (Cost per Thousand impression)

     เพื่อไม่ให้เป็นการซื้อโฆษณาที่หว่านเกินไป และต้องการลงทุนให้ได้ผล จึงต้องมีข้อจำกัดพิเศษการซื้อโฆษณาแต่ละครั้ง เพาะการซื้อโฆษณาสำคัญต่อการหนุนธุรกิจ การขายโฆษณาจากแหล่งต่างๆ จึงมีระบบขึ้นมารองรับทั้ง Facebook และ Google AdWords ที่คิดค่าบริการให้เหมาะสมกับประโยชน์ของลูกค้าเจ้าของธุรกิจออนไลน์ ซึ่งจะจ่ายเมื่อได้รับประโยชน์

 

     และหนึ่งในนั้นคือ การโฆษณาที่มีรูปแบบการเก็บค่าโฆษณาที่เรียกว่า CPM(Cost per Thousand impression) คือจำนวนเงินที่ผู้โฆษณายอมจ่ายสำหรับการแสดงผลโฆษณา 1,000 ครั้ง

Created BY : SEOlnwza