Google Photos เพิ่มฟีเจอร์ Dark Mode

Share :

Google Photos เพิ่มฟีเจอร์ Dark Mode



ช่วงนี้กระแสการออกแบบ Dark Mode หรือ Dark Theme กลับมาได้รับความนิยมกันอีกครั้ง หลายอาทิตย์ที่ผ่านมามีหลายแอปพลิเคชันได้อัปเดตและเพิ่มฟีเจอร์ รวมไปถึง Google Photos ด้วย

 

     Google Photos ได้เปิดตัวครั้งแรกในนงาน Google I/O 2015 อย่างเป็นทางการ ซึ่งจุดเด่นคือ รองรับการจัดการภาพถ่าย, วิดีโอ, แท็กหน้า, แสดงอีเวนต์ที่เราไป และจัดเก็บสำรองรูปแบบไม่จำกัดจำนวน ทำให้ Google Photos เป็นศูนย์รวมสำหรับรูปภาพและวิดีโอ ซึ่งจะช่วยจัดระเบียบจัดรายการภาพถ่ายและวิดีโอ ดูแบบรายวัน รายเดือน หรือเป็นปีได้โดยอัตโนมัติและช่วยให้แชร์ได้อย่างง่ายดาย เหมาะกับการถ่ายภาพในปัจจุบันและมีฟีเจอร์สำคัญที่น่าสนใจ เช่น อัลบั้มที่แชร์ ผลงานอัตโนมัติ และชุดการแก้ไขขั้นสูง และที่สำคัญที่สุดคือ พื้นที่เก็บข้อมูล สามารถสำรองรูปภาพและวิดีโอทั้งหมดแบบอัตโนมัติได้ฟรีในคุณภาพสูง

 

     และล่าสุด Google Photos ได้เพิ่มฟีเจอร์ Dark Mode เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ Google ได้ใช้งาน Dark Mode กับแอปพลิเคชั่น YouTube และ Maps ซึ่ง Dark Mode เป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานกับแผงหน้าแบบ OLED ซึ่งการใช้งานฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ประหยัดพลังงานช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

 

     ในตอนแรก Google Photos ได้รับ Dark Mode มาพร้อมกับฟีเจอร์ของระบบปฏิบัติการ Android Q ซึ่งผู้ใช้ Samsung และ Oneplus และคนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ก็ได้รับรูปแบบใหม่นี้ด้วย และ Google จะขยาย Dark Mode นอกจาก Q device ไปยังผู้ใช้ทุกคน โดย Android 9 Pie มีหลายข่าวรายงานว่ามันอยู่ในทางเลือกการตั้งค่า แต่ไม่สามารถตั้งค่าเปิด/ปิดกับรูปภาพได้ ในขณะเดียวกัน Google Drive สามารถใช้ the dark theme ที่ Android Q เท่านั้น เลือกใช้แบบพื้นหลัง “Dark Gray” ค่อนข้างมากกว่าการเลือกใช้สีดำทั้งหมด ทั้งช่อง search และช่อง navigation จะสว่างกว่าพื้นหลังคลังรูปภาพเล็กน้อย

 

     สำหรับ Google Photos ที่รองรับการทำงาน Dark Mode นั้นจะเป็นรุ่น 4.17.0.249919200 ซึ่งตอนนี้อาจใช้งานได้เพียงบางประเทศเท่านั้น แต่คาดว่าผู้ใช้งานทั่วโลกคงได้รับการอัพเดทในไม่ช้านี้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

Created : 10-06-2019


บทความที่น่าสนใจ

Toyota ชี้ชัวช์ อนุมัติสร้างฐานผลิตรถยนต์ใน พม่า ปีนี้
การทำ SEO หรือ การลงโฆษณา AdWords แบบไหนดีกว่า