เจาะกลยุทธ์ยอดขายผ่าน Live Facebook กำไรหลักล้าน

Share :

เจาะกลยุทธ์ยอดขายผ่าน Live Facebook กำไรหลักล้าน



     ตั้งแต่ที่ Facebook เปิดให้มีระบบการ Live สด ทั่วโลกก็เริ่มมีการปรับตัวจากการขายของหน้าร้านแล้วเรียกลุกค้าไม่ได้ ก็ย้ายมาเปิดร้านในออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าจดจำตัวตนของแบรนด์และจนในที่สุดก็ทำการเปิดยอดขายได้ แต่วันนี้เราจะมาเจาะกลยุทธ์ยอดขายยังไงให้ลูกค้าไม่หนี ติดใจร้านเรา

 

    เห็นจะได้ว่าประเทศไทย เป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลก ที่ประยุกต์ใช้ Live สดได้อย่างน่าสนใจ แหวกแนว แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในต่างประเทศค่อนข้างจะเป็นที่น่าแปลกใจ เพราะ ประเทศเขาคุ้นชินกับการซื้อของผ่านเว็บไซต์กัน จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ ที่เขาเห็นเมืองไทยใช้ Live ขายของกัน

 

    วันเวลาผ่านไป 3 ปีแล้ว มีคนไทยมากมายที่ร่ำรวย ซื้อรถ ซื้อบ้าน ได้จากการขายของผ่าน Live สด วันเวลาผ่านไป มีทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่าเข้ามาในวงการ ปัจจุบันที่เป็นกระแสที่เรียกได้ว่า Talk of The Town คงไม่พ้น บังฮาซัน อาหารทะเลที่มียอดขายเหยียบหลักล้านบาทต่อคืน โดยการดึงลูกค้าของ บังฮาซัน นั้น คือการพยายามดึง Identity หรือ ความเป็นตัวตนของตัวเองออกมา พยายามหาความแปลกใหม่ในการ Live เพื่อทำให้ตัวเองโดดเด่นกว่าคู่แข่ง

 

    บทความนี้ เราจะมาเจาะลึกความสำเร็จของ บังฮาซัน ว่าพวกเขาประสบความสำเร็จที่สร้างยอดขายจาก Live สดได้เดือนละ 7 หลัก 8 หลัก ได้อย่างไร และไม่เหมือนคู่แข่งรายอื่นอย่างไร ติดตามกันค่ะ

 

1. สินค้าต้องดีก่อน บริการต้องที่หนึ่ง

    อยากขายดี อันดับแรกสินค้าเราต้องดี เราต้องมั่นใจสินค้าเราก่อนที่จะขาย อย่างเช่น บังฮาซัน ทุกครั้งจะเน้นย้ำถึงคุณภาพของสินค้า และมั่นใจว่าสินค้ามีปัญหา สามารถเปลี่ยนได้ภายใน 3 วัน ดังนั้นแล้ว ถึงแม้คุณจะไลฟ์สดเก่งแค่ไหน ถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพ คุณก็โดน Complain จากลูกค้าอยู่ดี

 

2. สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Signature)

    ตามที่ผ่านมา ทุกคนที่เป็นกระแส หรือ โด่งดังที่สามารถทำเงินได้จากการ LIVE สดผ่าน Facebook ก็จะมีเอกลักษณ์ส่วนบุคคล ที่ชัดเจน มีคาแรคเตอร์ที่คนเห็นแล้วจำได้ทันที ซึ่งคาแรคเตอร์บางคนอาจจะไปสุดโต่ง หรือ บางคนอาจจะมีลูกเล่นที่เป็นซิกเนเจอร์ อย่างบังฮาซันก็จะมีลูกคู่คอยสร้างสีสัน เช่น ได้แรงอ้ก, จัดส่งฟรี ทั่วประเทศ ! เป็นต้น  แต่ที่สุดแล้ว ทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตัวเอง

 

3. การขายต้องมี story

    เรื่องราว หรือ Story เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้เราสามารถดึงให้ลูกค้า มีอารมณ์ร่วมกับสินค้าของเรา

    เช่น บังฮาซัน ได้พยายามเล่าถึงที่มาของสินค้าหรือวัตถุดิบที่นำมาขาย โดยบอกถึงความยากที่กว่าจะได้มานั้นต้องผ่านอุปสรรคมากมาย  เพราะความที่มันหายาก ดังนั้นมันจึงทำให้กลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่ามากกว่าหากผู้ชมไลฟ์ได้ฟังเรื่องราวจากบังฮาซันในทำนองนี้

 

4. พยายามดึงคนดูให้อยู่กับเรา

   ก็เหมือนกับที่เราเรียนหนังสือนั่นแหละ ถ้าเรียนจดอัดเต็มสมอง มันก็ทำให้เราเบื่อได้ ดังนั้นแล้ว ควรจะมีการ interact กับลูกค้า ไม่พาเข้าขายของจนเกินไป การโยนตัวอย่างสินค้าแล้วพูดถึงการสั่งซื้อสินค้า ส่งผลทำให้ผู้ชมอื่น ๆ ที่ติดตามอยู่รู้สึกได้ว่า อยากที่จะสั่งบ้าง คือประมาณว่าเห็นเค้าซื้อกันเยอะแบบนี้ แสดงว่ามันต้องดีจริง

 

5. พยายามเรียนรู้และแก้ไขปัญหา

   บังบอกว่าเราพยายามที่จะเรียนรู้เรื่องราวปัญหาทั้งหมด แล้วนำมาแก้ไข ว่าสินค้าของเรา มันต้องเป็นในแนวทางไหน ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าซื้อไปแล้วไม่เสียเงินเปล่า มันคือหลายองค์ประกอบในการขาย ทั้งคุณภาพ วิธีการขาย การนำเสนอ

 

   แต่ที่สุดแล้ว เมื่อคุณ Live แล้วสามารถเข้าถึงคนจำนวนได้มาก (Mass) ก็ใช่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นลูกค้าของคุณ แต่ไม่ว่าอย่างไรแล้ว เมื่อกระแสมัน mass จนหายไป เขาก็ยังเหลือกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ ของเขาอยู่

 

   ดังนั้น อยากให้แบรนด์โฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายของเราก่อนเป็นหลัก ถ้าหากมัน Mass หรือเป็น Viral ก็มีโอกาสที่ยอดขายจะเพิ่มขึ้น

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ninjakantalad

 

บทความเพิ่มเติม

- Customer Journey คืออะไร จะประยุกต์ใช้กับการตลาดออนไลน์อย่างไร?

- เขียนคำบรรยายสินค้ายังไงให้โดนใจคนซื้อ

Created : 25-03-2020


บทความที่น่าสนใจ

Google Chrome เวอร์ชั่น 70 ขึ้นไปใช้ Picture-in-Picture ได้แล้ว
Google กับฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยหาเพลง