พุ่งตรงสู่ ธุรกิจขายของ ด้วย SEO

Share :

พุ่งตรงสู่ ธุรกิจขายของ ด้วย SEO



การขายของออนไลน์นั้น จะต้องใช้ เว็บไซต์ ( website ) หรือ SEO ควบคู่กันไปด้วย การทำ SEO นั้น พูดง่ายๆว่า การทำให้ติดอันดับใน google ให้คนหาเว็บไซต์ ( website ) เราเจอเยอะที่สุดอย่างนั้นส่งผลดีต่อขายของเราด้วย

 

สำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์ E-Commerce หรือ ควรรู้ว่า การทำ SEO นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีความสำคัญต่อการเพิ่มจำนวนผู้เข้าเว็บไซต์ และยอดขายเป็นอย่างมาก ถ้าหากรู้วิธีการจัดการกับหน้าสินค้าในเว็บไซต์ที่ถูกต้อง รับรองว่าจะทำให้ผู้เข้าเว็บไซต์ และยอดขายตามที่กล่าวไว้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

 

ถ้าเรามี เว็บไซต์ E-commecre แล้ว SEO มีเคล็ดลับอะไรบ้าง

 

จัดการกับหน้าสินค้าหมดสต็อกอย่างไรดี
สินค้าหมดสต็อกอาจเกิดจากหลายปัจจัย จึงมีหลายวิธีในการจัดการ นั่นคือคงหน้าสินค้าไว้ ในกรณีที่จะมีสินค้าเข้ามาเพิ่ม เพียงแค่แจ้งผู้ใช้ว่าสินค้าหมดชั่วคราว เช่น เอาปุ่มกดสั่งซื้อสินค้าออก หรือเขียนข้อความที่ชัดเจนว่าสินค้าหมด

เสนอสินค้าใกล้เคียงให้กับผู้ใช้ ในกรณีที่สินค้านั้น ๆ หมดสต็อกแบบถาวรแจ้งผู้ใช้ว่าสินค้าจะกลับมาเมื่อไหร่ วิธีนี้ทำให้ผู้ใช้รู้ว่า ควรจะกลับมาหน้าสินค้าอีกครั้งเพื่อซื้อเมื่อไหร่ เสนอการสั่งซื้อล่วงหน้า และแจ้งว่าจะส่งให้ทันทีที่มีสินค้า

 

หน้าสินค้าหมดอายุทำอย่างไรดี

 

เว็บไซต์ E-Commerce หลายเว็บไซต์จะทำเพียงการลบหน้านั้น ๆ โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่น ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะจะทำให้ผู้ใช้เข้าไปในหน้าที่เป็น error และเพิ่มโอกาสในการออกจากเว็บไซต์นั้น ๆ การจัดการกับสินค้าที่หมดอายุสามารถทำได้หลายวิธี นั่นคือ

ทำ 301 Redirect ไปยังหน้าสินค้าใหม่ หรือไปยังหน้า Category ของสินค้านั้น ๆ  ลบหน้า เนื้อหา และ URL ของสินค้าหมดอายุแบบถาวร โดยใช้รหัส 410 (รหัสสถานภาพที่จะบอก Google ว่าหน้านั้น ๆ ถูกลบถาวร และจะไม่ถูกนำกลับมาใช้อีก นำ URL ไปใช้กับสินค้าอื่น ๆ  กรณีที่เป็นสินค้าทั่วไป ไม่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง วิธีนี้จะช่วยคง Page Authority และเพิ่มโอกาสที่ Google จะให้อันดับหน้านั้น ๆ มากขึ้นอีกด้วย

 

จัดการกับสินค้าใหม่ทำยังไง

 

นำหน้าสินค้าใหม่ไว้ในหน้า Homepage เพื่อช่วยให้ Google มา crawl และ index หน้าสินค้าใหม่ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ทำ Internal Links ไปยังหน้าสินค้าใหม่นั้น ๆ จากหน้าอื่น ๆ ภายในเว็บไซต์ ก็จะทำให้ติดอันดับใน Google เร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

จัดการกับหน้า Category และ Product ที่มีเนื้อหาน้อย

 

อย่างที่ทราบกันว่า การมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหน้าสินค้า จะทำให้ Google ให้อันดับหน้าที่ดีขึ้น เพราะเนื้อหาจะทำให้ Google เข้าใจว่าหน้านั้น ๆ เกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งวิธีจัดการกับเนื้อหาในหน้าสินค้า ทำได้ดังนี้

 

เพิ่มเนื้อหาในหน้าสินค้ายอดนิยม เช่นรายละเอียดสินค้า คุณสมบัติ รีวิวจากผู้ใช้ เป็นต้น

 

เพิ่มเนื้อหาในหน้า Category โฟกัสที่การเพิ่ม Footer Text ในหน้า Category นอกจากนี้ ทำ Internal Links ไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องภายในเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาหน้าที่เกี่ยวข้องได้ง่าย และทำให้ Google เข้าใจโครงสร้างและความสัมพันธ์ระหว่างหน้าเว็บได้มากขึ้น

 

เพิ่ม User Generated Content หรือเนื้อหาที่เกิดจากผู้ใช้ วิธีนี้จะทำให้หน้าสินค้าของเว็บไซต์แตกต่างจากเว็บอื่น ๆ นอกจากนี้ รีวิวที่ดีจากผู้ใช้ ยังช่วยทำให้ SEO ในหน้านั้น ๆ ดีขึ้น และเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย

 

ถ้าอ่านทั้งหมดนี้แล้วรู้สึกว่ามันยากไป เรามีทีมงานนะครับผม     หากท่านใดกำลังมองหา ทีมงาน สร้างเว็บไซต์ ( website )ทำเว็บมืออาชีพเราขอแนะนำ ทีมงาน  seolnwza  มีประสบการณ์ด้าน seo สูงมาก ตีตลาดแตกที่สุด เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย เรายินดีให้บริการตลอดนะครับ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เทคนิคการทำ E-commerce

อาวุธลับ SEO

Seo กับ E-commerce ต้องไปคู่กัน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก acommerce

Created : 28-11-2019


บทความที่น่าสนใจ

Microsoft Store ถอด Huawei MateBook X Pro ไร้เสียง
พฤติกรรม การทำ SEO แบบล้าสมัย